ว่าด้วย Music Streaming Service #StreamingMusic

.

เอาล่ะ ต่อไปจะเป็นมุมมองของผมล้วนๆนะครับ เกี่ยวกับบริการลักษณะนี้ในเมืองไทย บริการฟังเพลงออนไลน์เจ้าที่เข้ามาไทยเจ้าแรกก็จะเป็น Deezer ซึ่งคิดว่าหลายๆคนก็คงได้เคยใช้บริการกันมาบ้างแล้ว โดย Deezer เข้ามาโดยการจับมือกับค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง DTAC ลักษณะโมเดลที่ Deezer วางไว้คือ การใช้ฐานลูกค้าของ DTAC ให้เกิดประโยชน์เพื่อดึงมาเป็นลูกค้าของ Deezer ด้วย โดยออกมาเป็น Package มือถือในรูปแบบโปรโมชั่นต่างๆ

ผู้ที่เข้ามาเป็นอันดับที่สองคือ KKBox ซึ่งเป็นผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์สัญชาติจีน โดยเจ้านี้จับมือกับ AIS ค่ายมือถืออันดับหนึ่งของประเทศไทย โมเดลธุรกิจนั้น แน่นอนว่า ก็ไม่หนีจากของ Deezer ที่ทำร่วมกับ DTAC ทีนี้ก็จะเหลือค่ายมือถืออีกหนึ่งเจ้า (ที่เป็นเอกชน และไม่ใช่ MVNO) ก็คือ TrueMove ซึ่งใช่้ว่าค่ายมือถือรายนี้ไม่ได้ให้ความสนใจต่อเค้กชิ้นนี้นะครับ เพียงแต่เขาเลือกที่จะพัฒนาระบบขึ้นมาเอง โดยใช้ชื่อว่า H Music ซึ่งเป็นระบบฟังเพลงออนไลน์เช่นกัน (ฟรีอีกด้วย)  มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันที่ทาง TrueMove จะหันไปจับมือกับผู้ให้บริการต่างชาติ เช่น Spotify หรือ Rdio

ทีนี้ประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ค่อนข้างสามัคคีกัน (ประชด) ทำให้เกิดดราม่าเล็กๆเกิดขึ้น เรามาดูดราม่าของธุรกิจนี้กันนะครับ

  • Deezer จับมือกับ DTAC มีเพลงของทุกค่าย ยกเว้นแกรมมี่
  • KKbox จับมือกับ AIS มีเพลงเกือบทุกค่าย ยกเว้น วอร์นเนอร์มิวสิค และแน่นอน อาร์เอส
  • H Music ของ TrueMove ไม่ต้องจับมือกับใคร ของตัวเอง เลยมีเพลงเฉพาะค่ายตัวเอง และค่ายเล็กๆอยู่ แต่ก็ได้ค่ายเพลงอินเตอร์ยักษ์ใหญ่อย่าง ยูนิเวอร์ซัลมิวสิค

จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนเลยที่สามารถรวบรวมเพลงได้ทุกค่ายจริงๆ ยกเว้น platform ที่สำหรับซื้อขายเพลงอันดับหนึ่ง นั่นคือ iTunes นั่นเอง ที่มีเพลงครบทุกค่าย คือ ค่ายเพลงต้องง้อซะมากกว่าด้วยซ้ำ

ถามว่าการฟังเพลงในรูปแบบนี้เวิร์คจริงหรอ ถ้าพูดถึงตัว Product แล้วนั้น ถือว่าดีเลยครับ เป็นรูปแบบในการฟังเพลงที่ดีมาก และถ้าไปดูที่ Deezer ก็จะพบว่ามีจำนวน Subscriber ที่เยอะมากอยู่ เพราะเข้ามาเป็นรายแรก เลยได้ทำโน้นนี่ไปเยอะ แต่ในความเป็นจริงนั้น เนื่องจาก Deezer ได้ผูกอยู่ในแพคเกจของ DTAC ทำให้ยอด Sub มีจำนวนเยอะตามคนที่สมัครแพคเกจไปด้วย ลองไปถามบางคนดูซิว่ารูจักมั้ย Deezer เขาอาจจะไม่รู้จักก็เป็นได้ทั้งๆที่แพคเกจที่เขาใช้ อาจจะสามารถใช้ Deezer ได้ด้วย แน่นอน KKbox และ H Music ก็คงไม่ต่างกัน ลองคิดกันเล่นๆดูนะครับ วันนึงหากค่ายมือถือเบื่อบริการนี้แล้ว คือมีอยู่ด้วยก็ไม่ได้สร้างผู้ใช้เพิ่มขึ้น และตัดสินใจทิ้งตรงนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น Deezer เอย KKbox เอย จะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองหรือไม่ หากรูปแบบการหาเงินยังเป็นแบบการจ่ายรายเดือน เพราะคนไทยยังไม่เคยชินกับการจ่ายเงินเพื่อฟังเพลง คนไทยชอบของฟรีครับ H Music ดูจะรอดไปเพราะให้บริการฟรีอยู่แล้ว คือสามารถหารายได้ทางอื่นไปด้วยนั่นเอง แต่แน่ล่ะ การหารายได้นั้น จะคุ้มกับที่ต้องจ่ายให้ค่ายเพลงรึเปล่า ก็คงต้องบริหารกันดู และจากบทความที่แล้ว "ฟังฟรีกันไปเลยกับ Spotify #freeyourmusic" จะเห็นได้ว่า Spotify เอง มีโมเดลในการหาเงินทางโฆษณาอยู่ นั่นอาจจะทำให้ Spotify สามารถตีตลาดประเทศไทยก็เป็นได้ครับ

อย่างที่บอกไว้ครับ บทความนี้เป็นความเห็นผมล้วนๆ หากเห็นไม่ตรงกัน สามารถสวนได้เลยนะครับ ... ขอบคุณครับ

Application by whoapp


LiD Tweeeet

Catch up with Live in Digi

Enter your email address:

Delivered by FeedBurner

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

Links

EasyHits4U.com - Your Free Traffic Exchange